“ความศรัทธาต่อองค์พญานาค”
ครูพลอย สร้างศิลป์ปั้นแต่ง เมื่อกล่าวถึงจังหวัด บึงกาฬ ดินแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง สิ่งที่ฝังลึกอยู่ในวิถีชีวิต จิตวิญญาณ และวัฒนธรรมของผู้คนมาอย่างยาวนานคือ “ความศรัทธาต่อองค์พญานาค” หรือองค์นาคาผู้ปกปักรักษาผืนน้ำและแผ่นดินนี้ แต่การจะส่งต่อความศรัทธาอันเป็นนามธรรมให้จับต้องได้และเปี่ยมด้วยพลังชีวิตนั้น จำเป็นต้องมีผู้นำสุนทรียศาสตร์มาผสานเข้ากับจิตวิญญาณ ซึ่งบุคคลผู้บุกเบิกในเรื่องนี้คือ ครูพลอย สร้างศิลป์ปั้นแต่ง ครูพลอย คือผู้บุกเบิกและอุทิศตนให้กับ การออกแบบเครื่องแต่งกายและท่วงท่าร่ายรำบูชาพญานาค ของเมืองบึงกาฬ โดยเปลี่ยนความเชื่อในตำนานให้กลายเป็นความงดงามทางวิจิตรศิลป์ที่สะกดสายตาผู้คน ในด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย ครูพลอยไม่ได้มองเสื้อผ้าเป็นเพียงเครื่องนุ่งห่มสำหรับการแสดง แต่คือ “ฉลองพระองค์แห่งศรัทธา” ครูพลอยใช้เวลาศึกษาลักษณะ อัตลักษณ์ และเรื่องเล่าของนาคาในท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะนำมาถักทอเป็นผืนผ้า โดยจุดเด่นของเครื่องแต่งกายที่ครูพลอยออกแบบ คือการเลือกใช้โทนสีที่สะท้อนถึงความลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ เช่น สีเขียวมรกต สีทองอร่าม และสีเงินประกายน้ำ ตัวเสื้อผ้าจะพริ้วไหวและเป็นประกายระยิบระยับคล้ายกับเกล็ดของพญานาคที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้ผ้าทอมือพื้นเมืองของบึงกาฬมาเป็นส่วนประกอบสำคัญ เพื่อเชิดชูภูมิปัญญาท้องถิ่นไปพร้อมกัน และหากอาภรณ์คือรูปกาย ท่วงท่ารำ ที่ครูพลอยประดิษฐ์ขึ้นก็คือจิตวิญญาณ ครูพลอยคิดค้นท่ารำบูชานาคาโดยหยิบยกเอาความอ่อนช้อยแต่ทรงพลังของสายน้ำแม่น้ำโขงมาเป็นต้นแบบ ท่วงท่ารำของครูพลอยจะมีลักษณะพิเศษที่ผสมผสานระหว่าง “ความนุ่มนวล” ของการเลื้อยวนพาดผ่าน และ “ความน่าเกรงขาม” ของการแผ่พังพาน ทุกการขยับปลายนิ้ว การเอียงอน และการก้าวเท้า ถูกกลั่นกรองมาจากอาการนอบน้อมถ่อมตนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ผู้ที่ได้ชมสัมผัสได้ถึงความขลังและความศรัทธาอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่เพียงแค่ความบันเทิง วันนี้ ผลงานการออกแบบและท่ารำของครูพลอย สร้างศิลป์ปั้นแต่ง ได้กลายเป็นมาตรฐานและเอกลักษณ์สำคัญในงานเทศกาล งานบวงสรวง และพิธีกรรมต่างๆ ของจังหวัดบึงกาฬ สิ่งที่ครูพลอยทำไม่เพียงแต่เป็นการรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ แต่คือการ “สร้างสรรค์สิ่งใหม่บนฐานรากแห่งความเชื่อเดิม” เพื่อให้คนรุ่นหลังเข้าใจ เข้าถึง และภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง ครูพลอย สร้างศิลป์ปั้นแต่ง จึงเป็นมากกว่าช่างเสื้อหรือครูสอนรำ แต่ท่านคือ “ผู้สะพานบุญทางศิลปะ” ผู้ใช้ศาสตร์และศิลป์ปั้นแต่งความศรัทธาแห่งลุ่มน้ำโขงให้สถิตอยู่ในใจของผู้คนตราบนานเท่านาน
Comments
Loading…
Sign in to Post to leave a comment.